Share

วันนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนใหม่ในโลกไซเบอร์ท่านหนึ่ง  ไม่นึกว่าจะมีีคนคอยติดตามผลงาน
ต้องขอขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจและคำติชม เป็นอีกแรงพลังที่ทำให้ "คนถ่ายภาพ " คนนี้
เดินตามฝันของตัวเอง ด้วยใจที่ไม่ท้อถอย เป็นแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ ที่มาคอยชาร์จ เมื่อยามหมดไฟ
ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ

ปล.ขออนุญาต โพสข้อความที่เราพูดคุยกัน มาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน FloridaZa นะคะ
และขอตัดต่อบางตอน เพื่อปกป้องข้อมูลของเจ้าของข้อความ

FloridaZa มีความฝันนะ ฝันว่าสักวันอยากเห็นภาพที่ตัวเองถ่ายลงในนิตยสาร National Geographic  แต่ไม่รู้ฝันจะเป็นจริงไหม๊ ^^


(7:55 PM) ว่างเปล่า: สวัสดี ช่างภาพ
(7:56 PM) http://floridaza: เหอะๆๆ
(7:56 PM) http://floridaza: แค่คนถ่ายภาพจ้า
(7:57 PM) ว่างเปล่า: เธอชอบแนวแอดเวนเจอร์นะ เคยดูภาพถ่ายเธอ
(7:58 PM) http://floridaza: ขอบคุณจ้า
(7:59 PM) ว่างเปล่า: เธออยูาจังหวัดอะไรน่ะ
(7:59 PM) http://floridaza: ระยองจ้า
(7:59 PM) http://floridaza: อืม โทษนะ แอดเรามาจากไหนเหรอ
(8:01 PM) ว่างเปล่า: จากมัลติพายน่ะ ภาพถ่ายเธอมันดึงดูดน่ะ55+
(8:01 PM) http://floridaza: จ้า ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ^^
(8:02 PM) http://floridaza: แล้ว มตพ คุณอะไรเหรอ ขอชมบ้างเดะ
(8:02 PM) ว่างเปล่า: เราไม่มีหรอก เราเป็นคนถ่ายภาพแนวไม่สวยน่ะ55+
(8:03 PM) http://floridaza: ซะงั้น
(8:03 PM) http://floridaza: ไม่หรอก ทุกคนย่อมมีมุมมองของแต่ละคน
(8:04 PM) http://floridaza: ไม่มีใครสวยที่สุดหรอก
(8:05 PM) ว่างเปล่า: เธอเคยเรียนถ่ายภาพมาหรอ
(8:06 PM) http://floridaza: เปล่าค่ะ แค่ชอบ
(8:07 PM) http://floridaza: เรีนยรู้เอาจากกลุ่ม และตัวเอง
(8:08 PM) ว่างเปล่า: ชอบอยู่กับป่าหรอ แล้วตอนนี้ทำงานอะไรอยู่น่ะ
(8:09 PM) http://floridaza: บ้านติดทะเล แต่ชอบป่า เหอะๆๆ
(8:09 PM) http://floridaza: ตอนนี้ทำงานด้านไอทีจ้า
(8:09 PM) http://floridaza: แล้วคุณหล่ะ ?
(8:10 PM) ว่างเปล่า: รับใช้ชาติอยู่น่ะ
(8:11 PM) ว่างเปล่า: ขอดูรูปเธอได้ปะ อยากเห็นหน้าตาช่างภาพน่ะ
(8:13 PM) http://floridaza: ใน มตพ เลยจ้า
(8:13 PM) http://floridaza: มีรูปเรา
(8:13 PM) http://floridaza: http://floridaza.multiply.com/photos/album/59/new_HS
(8:16 PM) http://floridaza.multiply.com has changed his/her status to Be Right Back
(8:21 PM) http://floridaza: อ้าว อึ้งไปเลย
(8:21 PM) http://floridaza: เหอะๆๆ
(8:21 PM) ว่างเปล่า: ยังไม่เห็นเลย อึ้งนี่หมายถึงความสวยเธอใช่ปะ
(8:22 PM) http://floridaza: http://floridaza.multiply.com/photos/album/59/new_HS
(8:22 PM) http://floridaza: ลิงค์นี้งัย
(8:22 PM) http://floridaza: ยังไม่ได้ดูเหรอ
(8:22 PM) ว่างเปล่า: ยังเลย
(8:23 PM) http://floridaza: อืม
(8:24 PM) http://floridaza: นึกว่าดูแล้วผิดหวัง อึ้งไป เหอะๆๆ
(8:24 PM) ว่างเปล่า: มองเราแย่ขนาดนั้นเลย
(8:25 PM) http://floridaza: อ้าว
(8:25 PM) http://floridaza: ไม่ได้มองคุณแย่
(8:25 PM) http://floridaza: แต่กำลังพูดว่า คุณมองโอ๋แบบไหน
(8:25 PM) http://floridaza: นึกภาพว่าคนถ่ายภาพคนนี้เปงแบบไหนอ่ะ
(8:25 PM) http://floridaza: แล้วพอไปดูภาพตัวตนแล้วผิดหวังอะไรประมาณนั้น
(8:26 PM) ว่างเปล่า: ไม่ลองทำอาชีพช่างภาพดูน่ะ
(8:27 PM) http://floridaza: แฮ่ๆๆ
(8:27 PM) http://floridaza: ฝีมือยังอีกไกลนักอ่ะจ้า
(8:27 PM) http://floridaza: อยากเป็นช่างภาพสัตว์ป่า
(8:27 PM) http://floridaza: ไอเดิล คือพี่เชนอ่ะ
(8:27 PM) http://floridaza: แต่ฝีมือยังห่างไกลนัก
(8:27 PM) http://floridaza: โอกาสก็ไม่มี เหอะๆๆ
(8:29 PM) ว่างเปล่า: ต้องลองสมัครดูน่ะ หนังสือพวกท่องเที่ยวน่ะ
(8:30 PM) http://floridaza: อืมจ้า
(8:30 PM) http://floridaza: ขอถ่ายภาพสนองตัวเองก่อนนะ
(8:30 PM) http://floridaza: สะสม ปสก
(8:30 PM) http://floridaza: ยังไม่กล้าไปเสนอหน้าในหนังสือ เหอะๆๆ
(8:31 PM) ว่างเปล่า: 55+ ช่างถ่อมตัว จังเลย
(8:31 PM) http://floridaza: ไม่นะ มันเรื่องจริงค่ะ
(8:39 PM) ว่างเปล่า: แล้วเธอทำงานอยู่กับบ้านหรอ
(8:39 PM) http://floridaza: เปล่าค่ะ ทำงานบริษัท ในอีสเทรินซีบอร์ด
(8:39 PM) http://floridaza: เปงงานโรงงานอ่ะ
(8:40 PM) ว่างเปล่า: หรอแสดงว่าบ้านเกิดเธอไม่ได้อยู่ระยองใช่ปะ
 (8:41 PM) http://floridaza: ระยองค่ะ
(8:41 PM) http://floridaza: เกิด เรียน ทำงาน
(8:41 PM) http://floridaza: ไม่ไปไหนไกล เหอะๆๆ
(8:45 PM) ว่างเปล่า: เดี๋ยวเราออกไปหาข้าวกินก่อนนะ ไว้คุยกันไหม ถ่ายภาพเยอะๆติดตามผลงานอยู่
(8:45 PM) ว่างเปล่า is now Offline
(8:45 PM) http://floridaza: จ้า


ตอนแรกหน้าแดงๆ เพื่อนทักว่าเหมือน
แต่งบัชออน บอกว่าเปล่าคงแพ้เครื่องสำอาง
ทั้งๆที่ไม่ได้ออกแดดทำงานอยู่แต่ในออฟฟิส
1-2 วันต่อมาคันๆอ่ะแล้วก็บวมแดงๆอย่างที่
เห็นกินยาแก้แพ้ไปแล้ว มันบวมจากโหนก
แก้มขวาลามไปจนถึงตาขวา จะปิดอยู่แล้ว
เหอะๆๆ.......

อาการไม่ดีคงต้องไปหาหมอแล้วเรา  นี่ขนาดเทสเครื่องสำอางกับแขนแล้วนะ

.....เพราะฉะนั้น อยากเตือนพี่ๆ เพื่อนๆ ค่ะ
ว่าอย่าลองเครื่องสำอางที่ไม่มี อย .แม้จะเทส
กับตัวเองแล้วก็ตาม อันตรายจริง >_<'.......



นสพ. คมชัดลึก   วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2551
http://www.komchadluek.net/2008/03/25/x_scoo_p001_195602.php?news_id=195602




จาก"สืบ นาคะเสถียร" ถึง "วิโรจน์" จนท.พิทักษ์ป่าคลองวังเจ้า จ.ตาก พบสถิติตั้งแต่ปี 47-51
"คนเฝ้าป่า" ต้องพลีชีพไปแล้วถึง 27 ชีวิต เผยตั้งแต่ ต.ค.50-ก.พ.51 แค่ 5 เดือน พบรุกป่า
7,700 ไร่ คิดเป็น 40% ของปีก่อน ชี้ สุราษฎร์-ชุมพร-ระนองครองแชมป์รุกป่าปี 50





เช้าวันที่ 1 กันยายน 2533 ตำนานการอนุรักษ์อย่างแท้จริง เกิดขึ้นในวันนั้น ข่าวใหญ่พาด
หัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานถึงการตัดสินใจเปิดตำนานการอนุรักษ์ด้วยการสละชีวิตของ
 "สืบนาคะเสถียร"เพื่อเรียกร้องให้คนทั้งประเทศหันมาใส่ใจการอนุรักษ์ป้องกันป่าไม้



เจตนารมณ์ของสืบ นาคะเสถียร กึกก้องในใจเหล่านักพิทักษ์ป่าที่จะทำหน้าที่ปกป้องผืนป่า
แต่ดูเหมือนว่า เจตนารมณ์ของ สืบ นาคะเสถียรเป็นเพียงแสงจากไม้ขีดไฟ ที่ไม่สามารถ
ต้านพายุได้  ครั้งนั้น!!! หลายคนบอกว่า สืบ นาคะเสถียร คือ นักอนุรักษ์คนสุดท้ายที่จะต้องจบชีวิต
ตัวเองไม่เพียงจะไม่สามารถต้านแรงลมปกป้องผืนป่าจากขบวนการมอดไม้เท่านั้นหากพบว่าแต่
ละปีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มีจำนวนน้อยนิดต้องเสียชีวิตจากการปกป้องพิทักษ์ผืนป่าจำนวนมาก
แต่ละปีมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ต้องสละชีวิตเพื่อพิทักษ์ผืนป่ามากกว่า 27 ราย




 จากข้อมูลผู้ได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
และกองทุนพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 กรณีบาดเจ็บเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ และระเบียบกรมอุทยานฯ
ว่าด้วยการเก็บรักษาและการจ่ายเงินกองทุนไฟป่า พ.ศ.2549 พบว่า ตั้งแต่ปี 2547-2551
มีข้าราชการ และลูกจ้างชั่วคราวเสียชีวิต รวมกรณี วิโรจน์ แล้วทั้งสิ้น 27 ราย และบาดเจ็บอีก
35 ราย รวมทั้งหมด 62 ราย   วิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์  หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
วจ.6 (ผาผึ้ง) อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จ.กำแพงเพชร คืออีกหนึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เสียชีวิต
ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปกป้องป่าจากการบุกรุกแผ้วถางพืชไร่ของ
ทั้งนายทุนในพื้นที่และขบวนการมอดไม้

 

เป็นที่รับรู้กันดีในแวดวงเจ้าหน้าที่ป่าไม้คลองวังเจ้าว่าวิโรจน์ วัย 52 ปี ทำหน้าที่ปกป้องป่าไม้
โดยเริ่มจากการทำหน้าที่เพียงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพิทักษ์ป่ากระทั่งขยับเลื่อนตัวเองขึ้นมาเป็น
เจ้าหน้าที่ประจำในการดูแลผืนป่า และได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
คลองวังเ้จ้า ที่ 6 (ผาผึ้ง)

 

"ความสำนึกที่รักป่า และต้องการดูแลรักษาพื้นที่ที่เป็นรอยต่อ แม้ว่าสถานการณ์ล่อแหลม ปะทะกัน
หลายครั้งกับขบวนการมอดไม้ และขบวนการยาเสพติดในพื้นที่แต่วิโรจน์ไม่ได้คิดที่จะย้ายตัวเอง
ออกจากพื้นที่ หากยังคง ทำหน้าที่ในการดูแลผืนป่าต่อไป"

แม้ล่าสุดอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บอกว่า จะเข้าไป
ดูแลช่วยเหลือครอบครัวของวิโรจน์เป็นกรณีพิเศษและขอให้ดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งเท่าที่ทราบวิโรจน์
เป็นผู้ที่ทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ ด้านการดูแลปราบปรามป้องกันอย่างเต็มที่ และเคยถูกปองร้าย
มาแล้วกระทั่งมาถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก สำหรับเงิน
ช่วยเหลือเบื้องต้นจะมี 2 ส่วน คือ จากสวัสดิการ 1 แสนบาท และเงินประกันชีวิตอีก 1 แสนบาท
อาจจะดูล่าช้าเกินไปกับการหันมาดูแลใส่ใจกับสวัสดิการผู้พิทักษ์ที่จะต้องเสี่ยงอันตรายแต่ไม่มีอาวุธ
ติดตัวเพียงพอที่จะต่อสู้กับขบวนการมอดไม้ โดยอนงค์วรรณบอกว่า เหตุการณ์การยิงบุคลากรของ
กรมอุทยานฯ ครั้งนี้ มาจากปัญหาการบุกรุกป่าที่เกิดขึ้นมากในขณะนี้ ทาง ทส.จะมีการทบทวน
การขอใช้อาวุธปืนจากกระทรวงกลาโหมในเร็วๆ นี้ พร้อมกับอาจนำเรื่องนี้เสนอในที่ประชุม
คณะรัฐมนตรี (ครม.)วันนี้ เพื่อให้เห็นถึงปัญหาและความจำเป็นของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศด้วย

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ร่วงลงทีละคน ราวใบไม้ร่วง แต่ข่าวคราวการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้จึงเกิดขึ้น
อย่างต่อเนื่องแม้รัฐบาลจะประกาศปิดป่าไปแล้วเมื่อปี 2532 แม้ขณะนี้ กว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ข่าวการบุกรุกป่าไม้ทั่วประเทศ แบบวันต่อวัน ราวกับขยะที่ซุกอยู่ใต้พรมเอาไว้นาน ถูกเปิดออกมา
เพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยทุกรัฐบาล ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
เรียกได้ว่ายิ่งคุ้ยก็ยิ่งเปิดบาดแผล  !!!

 

เมื่อดูภาพรวมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีอยู่ประมาณ 25% ของพื้นที่ทั่วประเทศไทย หรือจำนวน 80 ล้านไร่
ซึ่งถูกประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ราว 34.2 ล้านไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 23 ล้านไร่ เขตห้ามล่า
สัตว์ป่า 3.5 ล้านไร่ วนอุทยานแห่งชาติอีกกว่า 7.7 แสนไร่ และยังมีพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศเป็น
พื้นที่อนุรักษ์อีก40 กว่าแห่ง รวมพื้นที่ 11 ล้านไร่ กระนั้นก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า
ป่าที่เหลืออยู่นั้น ในความเป็นจริงแล้ว ยังคงอยู่ดี หรือเป็นเพียงตัวเลขเลื่อนลอยบนแผ่นกระดาษเท่านั้น

 

แต่ที่แน่ๆตัวเลขล่าสุดที่ เฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่าเพียงแค่ 5 เดือนเศษ ในระหว่างเดือนตุลาคม
 2550-กุมภาพันธ์ 2551 มีพื้นที่ถูกบุกรุกไปแล้วทั้งสิ้น 7,700 ไร่ ซึ่งถือว่ามีปริมาณเกือบ 40%
ของพื้นที่ที่ถูกบุกรุกของปีก่อน ที่พบว่ามีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายที่กรมอุทยานฯ รับผิดชอบ
มีพื้นที่บุกรุก แผ้วถางรวมทั้งสิ้น 17,000 ไร่ โดยในจำนวนนี้มากที่สุดคือ จ.สุราษฎร์ธานี
ชุมพร และระนอง ประมาณ 7,000 ไร่
 


 สอดคล้องกับข้อมูลที่วิชัย  แหลมวิไล อธิบดีกรมป่าไม้บอกว่า จากสถิติการบุกรุกป่า เฉลี่ยปีละ 4 แสนไร่
แต่ทางราชการปลูกป่าได้ไม่เกินปีละ 3 หมื่นไร่ซึ่งไม่สมดุลกัน ทั้งที่นับจากอดีตถึงปัจจุบัน กรมป่าไม้
สามารถปลูกฟื้นฟูป่า และปรับปรุงระบบนิเวศกลับคืนมาคิดเป็นพื้นที่ราว 12.3 ล้านไร่ ซึ่งหากนับรวม
ทั้งหมดแล้วขณะนี้ประเทศไทยเหลือจำนวนผืนป่าอนุรักษ์อาจจะไม่ถึง 20% ขณะที่ขบวนการมอดไม้
ยังกัดเซาะผืนป่าไปเรื่อยๆ

 

ถึงเวลาที่ต้องหันมาช่วยกันดูแลพื้นที่ป่าไม้และใส่ใจคนเฝ้าป่า ให้ วิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ คือเจ้าหน้าที่
ผู้พิทักษ์ป่าคนสุดท้ายที่จะต้องจบชีวิตเพื่อปกป้องผืนป่า.......


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หน.พิทักษ์ป่า-สตท. พลีชีพ2 ศพ แก๊งรุกป่าถล่มอาก้า

ปะทะเดือดอุทยานวังเจ้า เหิมจัดฆ่าป่าไม้คาหน่วย ล่อให้ตร.มา-ซุ่มโจมตีซ้ำ


  เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.วิรัช ครบุรี รองผกก.ป.สภ.วังเจ้า จ.ตาก รับแจ้งเกิดเหตุ
นายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ คลองวังเจ้าที่ 6 ถูกคนร้ายใช้ปืนอาก้า
ยิงเสียชีวิต ในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า บ้านผาผึ้ง หมู่ 6 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก
จึงพร้อมกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ






นายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ที่ 6 (ผาผึ้ง)

 

ระหว่างพ.ต.ท.วิรัชและคณะเดินทางไปตามเส้นทางสายนาโบสถ์-ห้วยเหลือง ก่อนถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
หรือมอเทวดา มีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามซุ่มดักยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนต้องกระโดดลง
จากรถเข้าหาที่กำบัง แล้วเกิดการปะทะกันนานกว่า 10 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป หลังเกิดเหตุพบว่า
ส.ต.ท.อนุสรณ์ ตุ้ยนะ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.วังเจ้า ถูกกระสุนปืนที่ลำคอด้านซ้าย
เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ด.ต.น้อง พรหมแสนวงศ์ กับส.ต.ท.พิสิทธิ์ ภูอิ่ม ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 นาย
โดยด.ต.น้องถูกกระสุนที่หัวเข่าซ้ายกระดูกแตก ส่วนส.ต.ท.พิสิทธิ์ถูกกระสุนที่หน้าแข้งซ้าย ได้รับการ
ช่วยเหลือนำส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมือง จ.ตาก พร้อมกับว.ระดมกำลัง
ตำรวจ และทหารกองกำลังนเรศวร มาเคลียร์พื้นที่ พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในป่าทึบจำนวนมาก



ส.ต.ท.อนุสรณ์ ตุ้ยนะ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.วังเจ้า

พ.ต.ท.วิรัชกล่าวว่า เหตุที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกซุ่มยิง
จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ สาเหตุน่าจะเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
เพราะว่าในพื้นที่ดังกล่าว มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและทำไร่เลื่อนลอย และเป็นที่อยู่ใหม่ของผู้อพยพ
ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจากลาว และกลุ่มผู้พัฒนาชาติไทย รวมทั้งเป็นพื้นที่ของนายทุนชาวไทยพื้นราบที่
เข้าไปลักลอบตัดไม้สัก และไม้เบญจพรรณเพื่อนำส่งมาขายในพื้นที่ราบ จ.กำแพงเพชร และพื้นที่ภาคกลาง

 
จากการสอบสวนทราบว่า นายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ อายุ 52 ปี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานคลองวังเจ้า
ถูกลอบยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพักภายในที่ทำการหน่วยต่อหน้าด.ญ.วิภาพร เชื้อขาวพิมพ์ อายุ 14 ปี บุตรสาว
ที่หลบอยู่ภายในบ้านพักหลังคนร้ายหลบหนีได้รีบไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านช่วยวิทยุแจ้งเหตุร้ายแต่พอตำรวจเดินทาง
มาตรวจสอบก็ถูกซุ่มโจมตีอีก



ต่อมานายชุมพร พลรักษ์ ผวจ.ตาก รุดเยี่ยมญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล กล่าวว่า
นับว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ เพราะผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนสาเหตุยังสรุปไม่ได้
แต่คาดว่าคนร้ายประสงค์ต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ มีการวางแผนดักซุ่มยิงอย่างดี โดยยิงเจ้าหน้าที่ป่าไม้
ก่อนเพื่อล่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาและดักยิงซ้ำ ก่อนหน้าทางจังหวัดได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่
ป่าไม้ ตำรวจ อส.และทหาร ทำการกวาดล้างขบวนการตัดไม้ทำลายป่า และกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด
เนื่องจากพื้นที่บ้านผาผึ้งเป็นที่พักยาเสพติด ซึ่งลักลอบข้ามเขามาจากชายแดนด้านอ.แม่สอด
และอ.พบพระ จ.ตาก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสภ.วังเจ้า ก็เพิ่งถูกลอบยิงด้วย
ปืนอาก้าขณะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ จนบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ห่างจากจุดเกิดเหตุครั้งนี้ประมาณ 1 ก.ม.
 

นายชุมพรกล่าวว่า ภายในอาทิตย์นี้จะบูรณาการกำลังจากทุกหน่วย เข้ากวาดล้างในพื้นที่บ้านผาผึ้ง
และบ้านปางสังกะสี ต.นาโบสถ์ เพื่อล้างอิทธิพลต่างๆเช่นตัดไม้ทำลายป่า ยาเสพติดและแรงงาน
ต่างด้าวให้หมดไป
 


รายงานข่าวเปิดเผยว่า พื้นที่บ้านผาผึ้ง ซึ่งมีชาวม้งอาศัยอยู่จำนวนมาก บางส่วนเป็นชาวม้ง
อพยพจากประเทศลาว มีเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศปัญหาสำคัญคือไม่ต้องการให้
เจ้าหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในหมู่บ้าน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีการดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปหา
ข่าวบ่อยครั้ง ซึ่งผวจ.ตากได้จัดแผนบูรณาการร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง
ในการ กวาดล้างอิทธิพล ในด้านยาเสพติดและป่าไม้ แต่ก็ถูกตอบโต้อย่างรุนแรงจนมีเจ้าหน้าที่
บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

 
นายสุวิทย์ รัตนมณี ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 12 นครสวรรค์ เผยว่า การเสียชีวิตของ
นายวิโรจน์ มาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด   ในการปราบปรามผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
และบุกรุกที่ป่าในเขตอุทยานแห่ง ชาติคลองวังเจ้า  ทำให้ผู้เสียผลประโยชน์คิดปองร้าย และ
ถือโอกาสที่เจ้าหน้าที่เผลอบุกลอบยิงจนเสียชีวิตทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเสียขวัญ ไม่กล้าออกไป
ปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีน้อย เหลือเพียง 4 นาย ขาดแคลนทั้งอาวุธและกำลังสนับสนุน
ขณะนี้ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่และอาวุธเข้าไปเสริมแล้ว ในส่วนของการดูแลหน่วยปฏิบัติการต่างๆ
ในพื้นที่จะต้องมีกำลังให้เพียงพอ ต้องขอให้ทางกรมฯ ได้สนับสนุนอาวุธและกำลังที่ได้ผ่าน
การอบรมมาแล้วเพื่อเข้าสนับสนุนในพื้นที่เขตล่อแหลมเสี่ยงอันตราย

 
ขณะที่กลุ่มคนร้ายตอนนี้เจ้าหน้าที่พอรู้เบาะแสบ้างแล้ว เป็นกลุ่มชาวเขาเผ่าม้งหัวรุนแรง
ที่เคยดักยิงเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บมาแล้วก่อนหน้านี้ 2 ครั้งคาดว่าน่าจะเป็นคนในหมู่บ้านผาผึ้ง
โกรธแค้นการทำงานหน่วยพิทักษ์ป่าที่เข้มงวด เมื่อปี 2548 นายวิโรจน์เคยถูกยิงถล่มรถยนต์
เพื่อข่มขู่มาครั้งหนึ่งแล้วเป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจเป็นกลุ่มเดียวกัน  และระยะหลังมีการตัดไม้
ทำลายป่าในพื้นที่บ้านห้วยเหลืองนับหมื่นไร่ เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเข้มงวด ล่าสุด คาดว่า
กลุ่มคนร้ายคงหนีไปกบดานที่ชายแดน อ.พบพระ เพื่อเตรียมหนีออกไปยังฝั่งพม่า




สำหรับศพนายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานคลองวังเจ้า ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล
ที่วัดประตูดาว ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด โดยเฉพาะ
นางแตงไทย เชื้อขาวพิมพ์ กับ ด.ญ.วิภาพร เชื้อขาวพิมพ์ อายุ 14 ปี ภรรยาและลูกสาวผู้ตายร่ำไห้
เป็นลมหลายตลบญาติต้องปฐมพยาบาลกันให้วุ่น ซึ่งนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.กำแพงเพชร ได้มอบ
เงินช่วยเหลือครอบครัว 1 หมื่นบาท


 

 

 
   

พิธีรดน้ำศพส.ต.ท.อนุสรณ์ ตุ้ยนะ ตร.สภ.วังเจ้า  จ.ตาก ถูกแก๊งรุกป่าซุ่มยิง ขณะไปตรวจที่เกิดเหตุ
คนร้ายยิงนายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ หน.หน่วยพิทักษ์ป่าคลองวังเจ้า
 จ.กำแพงเพชร เสียชีวิต (รูปบน) เมื่อวันที่ 23 มี.ค




ต่อมาเวลา 17.30 น.ที่ศาลาร่มเย็น วัดดอนแก้ว อ.เมือง จ.ตาก พล.ต.ท.วสันต์ วัสสานนท์
ผบช.ภาค 6 เป็นประธานรดน้ำศพ ส.ต.ท.อนุ สรณ์ โดยมีพล.ต.ต.สมาน พรมมารองผบช.ภาค 6
พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผบช.ภาค 6 และพล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ผบก.ภ.จว.ตาก
พร้อมด้วยญาติและเพื่อนตำรวจกว่า 200 คนร่วมพิธีอย่างเศร้าสลด พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ
แก่นางลำดวน ภรรยา


พล.ต.ท.วสันต์กล่าวว่า พื้นที่บ้านผาผึ้ง ถือว่าเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ ที่ผ่านมาได้สั่งการให้ตำรวจภูธร
จังหวัดตาก และสภ.วังเจ้า ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานร่วมกับจังหวัดตาก ในการ
กวาดล้างยาเสพติดและการบุกรุกป่า สร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ เชื่อว่าเหตุการณ์
กรณีหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จนกระทั่งการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะ
เข้าไปสอบสวนคดี น่าจะมีความสัมพันธ์กันและมีการวางแผนอย่างดี ซึ่งในส่วนนี้ตำรวจภาค 6
พร้อมที่จะร่วมมือกับจังหวัดตากและกองกำลังนเรศวร ในการเข้าไปปฏิบัติการกวาดล้างอย่าง
เข้มข้นต่อไป โดยตอนนี้ได้ปิดเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุร้าย
อย่างไรก็ตามจะได้มีการขอปูนบำเหน็จพิเศษแก่ส.ต.ท.อนุสรณ์ ขั้นต่ำ 5 ชั้นยศ เป็นร.ต.ท.ซึ่งจะได้เสนอ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป



 

ประวัตินายวิโรจน์ เชื้อขาวพิมพ์ อายุ 52 ปี ตำแหน่งลูกจ้างประจำ ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์
อุทยานคลองวังเจ้า เป็นวิทยากรเครือข่ายมูลนิธิสืบนาคะเสถียรมีความเชี่ยวชาญด้านแผนที่ภูมิศาสตร์
อันดับต้นๆ ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์ มีผลงานด้านมวลชน สร้างเครือข่ายอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติในหลายพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 20-21 มี.ค. 2551 ได้ร่วมตรวจยึดไม้และพื้นที่ป่าที่
ถูกแผ้วถาง กับคณะบูรณาการ จ.ตาก และจ.กำแพงเพชร การเสียชีวิตของนายวิโรจน์ทำให้
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เสียบุคลากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง
 

 

 ประวัติ ส.ต.ท.อนุสรณ์ ตุ้ยนะ จบนักเรียนพลตำรวจรุ่น 29 ภูธร 6 นครสวรรค์ จบการศึกษาบรรจุรับราชการ
สภ.วังเจ้า อ.วังเจ้า จ.ตาก จนปัจจุบัน รวม 5 ปี ในตำหน่งผบ.หมู่งานป้อง กันและปราบปรามมีผลงานใน
การร่วมสืบสวนหาข่าวด้านยาเสพติด และแรงงานต่างด้าว สามารถจับผู้ต้องหาได้จำนวนมากเป็นที่รัก
ของผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงาน มีภรรยา ชื่อนางลำดวน ตุ้ยนะ อายุ 27 ปี มีบุตรสาววัย 2 ขวบ 5 เดือน
ซึ่งภรรยายืนยันว่าหากมีโอกาสอยากจะรับราชการเป็นตำรวจ และทำงานสืบสานอุดมการณ์สามีที่ล่วงลับไปแล้ว
 



นสพ. ข่าวสดรายวัน  วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 17 ฉบับที่ 635

http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakkwTURNMU1RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdNeTB5TkE9PQ

 

นสพ. ไทยรัฐ ปีที่ 59 ฉบับที่ 18328 วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551

http://www.thairath.com/offline.php?section=hotnews&content=83657





Blog EntryTAG : ตู้เย็นของฉันMar 5, '08 1:23 PM
for everyone

กลับมาจากเขาหลวงแบบมึนๆ เจอ TAG จากเพื่อนข้างบ้าน คนนอนดึก
" หนุ่ม ซาลาเปา " http://zalapaoweb.multiply.com/journal/item/37

แอบไปดูตู้เย็นบ้านหนุ่มแล้วทำใจไม่ได้ ที่จะโพสไอ้เน่าของเรา แต่ก็เอาเนอะขำขำ
เค้าอยากดู เราก็โพสให้ชมซะหน่อยจะเป็นไร






                                                                                                                                            เจ้าเน่าของเรา อายุอานามก็หลายปีมากค่ะ 5-6 ปี
ได้มั๊ง
อะไรเก่าๆก็แปะเอาไว้ขี้เกียจลอกออกเ
ดี๋ยวเจ้าเน่าจะเป็นร่องรอย เหอะๆๆ




มีเรื่องโก๊ะๆ ชองเจ้าของตู้เย็นมาฝาก  :
ทริปไปตรังวันที่ 16-20 มกรา คิดว่าไปหลายวัน อาจเกิดไฟฟ้าขัดข้องลัดวงจร
เลยตัดสินใจสับคัตเอาท์ คือดับไฟทั้งบ้าน (เอาเซฟตี้ไว้ก่อน) ธรรมดาออกทริปไม่เกิน 2 คืน 3 วัน หรือมากกว่านั้นก็ไม่เคยสับคัตเอาท์ แต่งั๊ยคราวนี้คิดหว่า ? -_-a

กลับมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย อยากจิบน้ำเย็นๆสักหน่อย พอเปิดตู้เย็นเท่านั้นแหละ
โอ้ว !! พระเจ้าอยากจะบ้าตายกลิ่นอะไรมันไปตายในตู้เย็นอ่ะ ยังกะซากฟอสซิล ของในตู้เน่าเสียหมด เพราะไอ้เราแท้ๆดั๊นไปตัดไฟทั้งบ้าน ตู้เย็นก็ดับด้วยจิ คิดไปได้ เอาซะปวดหัว มึนกับกลิ่นตลบอบอวนไปทั้งบ้าน เหนื่อยก็เหนื่อย ต้องมานั้งล้างตู้เย็น T_T






แต่ต้องขอบคุณสูตรเด็ดของแม่ เอาถ่านแช่ไว้ 3 วัน 3 คืนในตู้เย็น กลิ่นที่ไม่ปรารถนาก็หมดไป
แล้ว FloridaZa ก็อดกินน้ำเย็นไป 3 วัน เหอะๆๆๆ













ปล.เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คิดให้ดีๆ เยอะๆ ก่อนจะทำอะไรลงไปนะจ๊ะ :P

Blog EntryChristmas DayDec 25, '07 12:48 PM
for everyone
Dear all my friends

Merry Christmas I wish you happy and good health ,

God be with you

FloridaZa
^___^

Blog Entryฝนดาวตกเจมินิดส์Dec 13, '07 1:37 AM
for everyone
ฝนดาวตกเจมินิดส์

          ฝนดาวตก ตระการตา ข่าว รายงาน 4 ทุ่ม 14 ธันวาคม นี้ คนไทยไม่ควรพลาด ชม ฝนดาวตกเจมินิดส์ ฝนดาวตก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี เผยปีนี้สภาพอากาศดี คาดเห็น ฝนดาวตก ได้ตลอดคืน เฉลี่ยสูงสุด 80 ถึง 100 ดวงต่อชั่วโมง


 


         
4 ทุ่ม 14 ธ.ค. นี้ คนไทยไม่ควรพลาด! ชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ฝนดาวตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี เผยปีนี้สภาพอากาศดี คาดเห็นฝนดาวตกได้ตลอดคืน เฉลี่ยสูงสุด 80-100 ดวง/ ชั่วโมง
 
          นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่ปรากฏขึ้นทุกปี มีจำนวนมาก และเกิดในช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสม โดยจะปรากฏให้เห็นในช่วงวันที่ 6-19 ธันวาคมของทุกปี

          ซึ่งจะเป็นช่วงหน้าหนาว ปลอดฝน โดยในปีนี้คนไทยจะสามารถเห็นฝนดาวตกจำนวนมากที่สุดในคืนวันที่ 14 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป โดยมีจำนวนฝนดาวตกสูงสุด 80-100 ดวง/ชั่วโมง มีเรเดียนท์อยู่ใน "กลุ่มดาวราศีเมถุน" หรือ "กลุ่มดาวคนคู่" (Gemini) ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะไม่ทำให้นักดูดาวต้องผิดหวัง เพราะได้ติดตามดูฝนดาวตกเจมินิดส์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งแต่ละครั้งพบดาวตกไม่ต่ำกว่า 100 ดวง
 
          สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมฝนดาวตกเจมินิดส์ ควรเฝ้าดูในย่านชานเมือง หรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟรบกวน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองหากลุ่มดาวคนคู่ ด้วยการสังเกตดาวอังคารซึ่งมีลักษณะสว่างสีส้มแดงเป็นหลัก เมื่อมองลงมาด้านล่างหรือบริเวณใกล้เคียงจะพบกลุ่มดาวคนคู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นดาวฤกษ์ 2 ดวงอยู่ด้วยกัน หรือหากไม่สามารถกำหนดทิศได้ให้ลองนอนเอาหัวชนกันเป็น 4 มุมเพื่อจะได้เห็นทั่วท้องฟ้าทำให้ไม่พลาดในการชม อีกทั้งยิ่งดึกมากดาวคนคู่จะลอยสูงขึ้น สามารถตกกระจายได้บริเวณกว้างขึ้น ทำให้มีโอกาสเห็นดาวตกมากขึ้นด้วย
 
          อย่างไรก็ดีปีนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ เนื่องจากดวงจันทร์ตกในช่วงหัวค่ำ ทำให้สามารถสังเกตการณ์ฝนดาวตกได้ตลอดคืน ซึ่งหากพลาดในปีนี้อาจจะต้องรอถึงปี พ.ศ. 2552 เนื่องจากปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะถูกแสงจันทร์บดบังสูง
 
          ด้านสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมปรากฏการณ์อันสวยงามของฝนดาวตกเจมินิดส์ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2550  ณ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น.

** From forward e-mail **

 

พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนค่ะ ใครมีข้อมูลธุรกิจการขายต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และ การทำร้านกาแฟ บ้างค่ะ
อยากศึกษาหาข้อมูลไว้ค่ะ แบบว่าเริ่มจาก ศูนย์ ไม่มีความรู้เลยทั้ง 2 ธุรกิจ  รบกวนแนะนำหน่อยนะคะ

ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ทุกความคิดเห็น
FloridaZa
^___^


Blog EntryนกคอนกรีตNov 4, '07 11:25 PM
for everyone

นกคอนกรีต

ไม่ใช่ชื่อนกสายพันธุ์ใหม่ที่ค้นพบหรอกค่ะ แต่ต้องการสื่อเรื่องราวของนกประเภทหนึ่งที่โอ๋ได้เจอมาเล่าสู่กันฟัง

ในทุกๆเช้าของวันทำงานโอ๋ต้องเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อไปขึ้นรถรับส่งที่หน้าปากซอยระยะทางก็ประมาณ 500 เมตร
และต้องเดินผ่านบ้านหลังหัวมุมทางแยกในซอยของหน้าหมู่บ้าน ซึ่งทุกๆครั้งที่เดินผ่านโอ๋เป็นต้องเหลียวมอง เพราะสะดุดตามากทั้งรูปแบบการตกแต่งบ้านร่มรื่น สดชื่นชวนมอง มีทั้งสวนหย่อมเล็กๆและมุมนั่งเล่น บางวันเจ้าของบ้านก็จัดปาร์ตี้ บางวันก็นั่งทานข้าวเย็นสองสามีภรรยา น่ารักมากค่ะ เหลือบไปมองฝ้าของหลังคาบ้านแควนกรงนกไว้ 3 กรงซึ่งจากการสังเกตคราวๆน่าจะเป็น

 

 

นกปรอดหัวโขน หรือนกปรอดจุก หรือ นกกรงหัวจุก ซึ่งคนทางใต้นิยมเลี้ยง

(ข้อมูลจากคุณซินjunglehome.multiply.com)

ทั้ง 3 กรงๆละตัว ช่วงกลางวันเขาจะแควนหน้าบ้าน ตกเย็นไม่แน่ใจว่าเจ้าของบ้านเอาไปแควนไว้ที่ไหนค่ะ คาดว่าจะเป็นในบ้านหรือหลังบ้านโอ๋เองเฝ้ามองเจ้านกปรอดหัวโขนทั้ง  3 ตัวนี้ทุกๆครั้งที่เดินผ่าน ใจก็นึกว่าน่าเห็นใจไม่น่าโดนกักขังไว้อย่างไรเลย คงหมดอิสรภาพในการโบยบินไปไหนๆอย่างที่ใจต้องการ หากเจอพวกเขาอยู่ในธรรมชาติน่าจะดีมากกว่านี้เป็นแน่

โดยปกติส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบ และไม่เคยคิดที่จะไปดูสัตว์ที่สวนสัตว์ สมัยตอนเป็นเด็กก็มีบ้างตามประสาเด็กๆที่อยากรู้ อยากเห็น อยากไปสวนสัตว์แต่ตอนนั้นฐานะครอบครัวยากจนค่ะ พ่อแม่ไม่มีเงินทองที่จะพาไปเที่ยว ไปสวนสัตว์ แม้กระทั่งตุ๊กตาขนฟูๆโอ๋ก็ไม่เคยมีค่ะ มีแต่ตุ๊กตากระดาษ

แต่พอโตขึ้นแล้ว ก็ไม่มีความคิดที่จะไปดูสัตว์ที่สวนสัตว์อีกเลยค่ะ อยากเห็นก็หาโอกาศไปในป่า ,อุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นต้น แทนเพราะในความคิดส่วนตัวไม่ชอบการกักขัง และหมดอิสรภาพ ย้อนคิดถึงใจเขาและใจเรา นกหรือสัตว์ต่างๆเหล่านั้นคงไม่ชอบการกักขังเป็นแน่

แล้วเช้าวันหนึ่งก็เป็นอีกเช่นเคยที่เดินผ่านบ้านหลังนี้ แต่ด้วยความรีบร้อนเดินไปขึ้นรถเพราะเกือบสายมากแล้ว ไม่ได้มองทักทายเจ้านกปรอดทั้ง 3 อย่างเช่นเคยระหว่างรีบเดินอยู่นั้นได้ยินเสียง " วิด-ที-วิ๊ด "สลับกับเสียงร้องของนกเอี้ยงสาริกาและนกกระจอกบ้าน  ก็เหลือบไปมองหาต้นเสียง เจอนกปรอดหัวโขนเกาะ
อยู่บนสายไฟ นึกใจในละแวกในหมู่บ้านนี้ไม่เคยเจอนกประเภทนี้ หรือว่าเป็นเพราะฤดูหนาวจึงย้ายถิ่นมา ก็ได้แต่มอง และเดินครุ่นคิดไป อยากจะเก็บภาพไว้แต่ไม่ได้เอากล้องติดตัวมาด้วย จึงรีบก้มหน้าก้มตาเดินจากไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอร่างเจ้านกปรอดตัวหนึ่งอยู่ข้างริมทาง ไม่แน่ใจว่าเป็น
อะไรตาย แต่พบลักษณะคอหัก นอนนิ่ง มีมดมาเกาะ เพื่อกัดกินร่างอันไร้ลมหายใจ

โธ่ ! น่าเห็นใจยิ่งนักทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

วันนั้นทั้งวันก็ได้แต่คิดว่าเจ้านกปรอด 2 ตัวนี้มาได้อย่างไร จนตกเย็นกลับบ้านเดินผ่านบ้านหลังนั้น เหลียวไปมองที่กรงของเจ้านกปรอดทั้ง 3 ตัว แต่ไม่พบนกใน 2 กรงเหลือเพียงตัวเดียวที่ส่งเสียงร้องตามประสา พยายามกวาดสายตามองไปรอบๆบ้าน ในใจนึกว่าเจ้าของน่าจะเอาไปไว้ที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ไม่เจอ

2-3 วันผ่านไป เดินผ่านหน้าบ้านหลังนี้กี่ครั้งๆก็ไม่เจอนกปรอดหัวโขนทั้ง 2 ตัว จากเหตุการณ์ที่เจอนกปรอด 2 ตัวนอกกรงประจวบเหมาะว่านกในกรงหายไปทั้ง 2 ตัว สันนิษฐาน อาจเป็นไปได้ว่าพวกเขาคงหลุดออกไปจากกรง และตายไป 1 ตัว ก็ได้แต่คิดเช่นนั้นไม่ได้สอบถามเจ้าของนก เพราะเป็นเพื่อนบ้านคนหนึ่งที่ไม่เคยทักทายหรือพูดคุยกันเลยค่ะ  ข้อสันนิษฐานนี้ก็ทำให้โอ๋เข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นตลอดมา


หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เสียใจค่ะ ชีวิตที่อยู่ในกรงตลอดเวลา พอหลุดพ้นจากการกักขัง เผชิญกับสิ่งแวดล้อมแปลกๆใหม่ๆ อาจจะยังปรับตัวไม่ทันต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าเสียดายไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกชีวิตของ " นกคอนกรีต " อีกเลยค่ะ

อยากเลี้ยงนก ไม่จำเป็นต้องกักขังก็ได้ค่ะ สร้างบ้านนกและแหล่งอาหารนกในบริเวณรอบๆบ้านของเรา พวกเขาก็จะแวะเวียนมาให้พวกเราชื่นชมอย่างเช่น หนังสือ " สนุกกับนก " ของคุณ รุ่งโรจน์ จุกมงคล     น่าสนใจมากค่ะ สำหรับผู้สนใจดูนกด้วยตนเอง รวมทั้งเคล็ดลับการจัดสวน เพื่อเพลิดเพลินกับนกในบ้าน แม้จะเป็นบ้านในเมือง คุณก็ชมนกได้ค่ะ สร้างบริเวณเชื้อเชิญให้นกเข้ามากินอาหารหรือเล่นน้ำที่เราได้เตรียมไว้แค่นี้ก็มีความสุขทั้งเราและนก โดยไม่ทำร้ายกันและกัน


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Red-whiskered Bulbul Pycnonotus jocosus : นกปรอดหัวโขน
เป็นนกที่พบบ่อย
เสียงร้อง : " วิด-ที-วิ๊ด "
กินแมลงและผลไม้เป็นอาหาร
ลักษณะ :มีหงอนสีดำตั้งชั้นอยู่บนกระหม่อมสีดำ แก้มสีขาวและมีเส้นสีดำข้างคอ ใต้ตามีแต้มสีแดง ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลข้างอกมีแทบสีดำ ลำตัวด้านล่างสีขาว โคนหางด้านล่างสีแดง หางสีน้ำตาล ปลายหางสีดำและมีแต้มสีขาวเล็กๆที่มุมปลายหาง ปากและขาสีดำ
พฤติกรรม :มักพบหากินเป็นฝูงตามพื้นที่โล่ง เป็นนกที่ร้องเสียงแหลมใส คล้ายผิวปากเป็นท่วงทำนองชวนฟัง จึงถูกจับมาเป็นนกเลี้ยงจำนวนมาก
ถิ่นอาศัย : ป่าโปร่ง ทุ่งโล่ง พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชน จากที่ราบไปจนถึงระดับความสูง 1,800 เมตร

ข้อมูลจาก : Thailand Bird Guide โดย รุ่งโรจน์ จุกมงคล

 

 


Blog EntryPostcard CharityNov 4, '07 11:08 PM
for everyone

Postcard การกุศล

วันก่อนเดินไปดูหนังสือที่ร้านในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ด้านหน้าร้านหนังสือมีร้านเล็กๆซึ่งเปิดให้บริการเกี่ยวกับธุระกิจส่งพัสดุไปรษณีย์ต่างๆ และมีโปสการ์ดขายหน้าร้านโอ๋ไปไปยื่นดูโปสการ์ดเหล่านั้น        น่าสนใจมากค่ะ รูปภาพสวยงาม มีเรื่องราว และกิจกรรมต่างๆของ จังหวัดระยอง ซึ่งโอ๋เองเป็นคนระยอง บางมุมยังไม่เจอแบบที่ช่างภาพท่านนี้ได้นำเสนอ ดูๆภาพแล้วก็เกิดไอเดียขึ้นมาค่ะ อยากทำโปสการ์ดขึ้นมาสักชุด  แต่ด้วยฝีมือการถ่ายรูปยังเป็นเพียงคนถ่ายรูปธรรมาดาๆคนหนึ่งยังไม่มีความสวยงามมากพอที่จะทำเพื่อเชิงพาณิชย์ แต่ก็อยากทำ เพื่อหารายได้มาช่วยเหลือโครงการที่โอ๋กำลังทำอยู่ตอนนี้คือ

1." ผ้าป่าการศึกษา" 
: ซึ่งโครงการที่โอ๋และกลุ่มเพื่อนๆ จัดตั้งกันขึ้นมาช่วยเหลือน้องๆ และก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ในครั้งแรกที่จัดขึ้นมา (http://floridaza.multiply.com/journal/item/8) และยังคงเกิดครั้งที่ 2 ,3 ,4 และต่อๆ  ไปค่ะ

2." โครงการแบ่งความฝัน ปันความสุข กับทุกรอยยิ้ม " ของบริษัท MHM ชมรมอาสาพัฒนา ปี3

(http://www.foto-family.net/dlg.php?s=view&id=782)

ซึ่งเป็นโครงการภายในบริษัทที่จัดทำขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือน้องๆในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนอุปกรณ์ การเรียน การสอน รวมทั้งทุนการศึกษา


ซึ่งก่อนหน้านี้โอ๋ได้ส่งเมล์ เรื่องนี้ไปยัง เพื่อนๆพี่ๆทุกคนแต่ผลตอบรับกลับมาเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง มีทั้งของบริจาค และเงินทุน แต่ยังไม่มากพอโอ๋จึงพยายามหาทางช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง พอได้มาเจอโปสการ์ดชุดนี้ขึ้นมาจึงอยากทำโดยอาจจะพอหารายได้เข้ากิจกรรมไม่มากก็น้อย โดยเบื้องต้นมีแต่ไอเดีย แต่ยังไม่มีรายละเอียดของกิจกรรมมากนัก เพราะยังไม่เคยทำมาก่อนค่ะ


รายละเอียดของอีเมล์ :
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
พี่ๆ เพื่อนๆ ค่ะ
 
โอ๋มีโครงการอยากทำโพสการ์ด เพื่อออกขายหารายได้ช่วยเหลือ กิจกรรมต่างๆ เช่น ชมรมอาสา ฯ ,
ผ้าป่าการศึกษา  เป็นต้นแต่ตอนนี้ ด้วยความสามารถการถ่ายรูปของโอ๋ยังไม่มืออาชีพพอที่จะนำเสนอผลงาน รูปภาพสวยๆ เพื่อออกจำหน่ายจึงอยากชวน เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน ใครต้องการบริจาครูปภาพ เพื่อกิจกรรมนี้ ยินดีรับค่ะ(สามารถระบุชื่อของเจ้าของภาพได้นะคะ)เพื่อเอามารวบรวมจัดทำโพสการ์ด และไปพิมพ์ออกจำหน่าย หารายได้เข้ากิจกรรม
 
โดยเบื้องต้นยังไม่ได้มีรายละเอียดของกิจกรรมมาก เพราต้องการหาแนวร่วมหรือคลังภาพก่อน หากได้
ผลสำเร็จมีรูปร่างกิจกรรมที่แน่นอน มีความเป็นไปได้ จะขอระบุรายละเอียดของกิจกรรมให้แน่ชัดอีกครั้ง
 
ตอนนี้มีสมาชิกคือ โอ๋ คนเดียวค่ะ หากเพื่อนๆ พี่ๆ ต้องการร่วมกิจกรรมด้วยกัน ยินดีค่ะรับทั้งรูปภาพ      ทั้งแรงกายแรงใจ
 
เรามาร่วมทำกิจกรรมดีดี ด้วยกันนะคะ
 
โอ๋
^____^

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ผลตอบรับจากเพื่อนๆ พี่ๆ น่าชื่นใจมากค่ะ
บางท่านไม่มีรูปภาพก็อาสาด้วยแรงกาย แรงใจ
บางท่านมีภาพสวยๆ ก็อาสาบริจาคภาพเพื่อการกุศล
บางท่านมีความรู้เรื่องการจัดการดำเนินการ ก็ได้รับการตอบรับ เพื่อช่วยกิจกรรมเป็นอย่างดีค่ะ

รายชื่อสมาชิกคราวๆ

สมาชิกร่วมแรงร่วมใจ
1.พี่เส็ง
2.พี่ป๊อบ
3.พี่เจมส์
4.นิว


สมาชิกบริจาคภาพ
1.พี่วี
2.เน
3.คุณจ่าหมู
4.คุณ navystripe

ยังยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ รอแรงกาย แรงใจมาช่วยกัน  แล้วโอ๋จะแจ้งรายละเอียดโครงการเล็กๆนี้ให้ทราบอีกครั้งนะคะ

 



" จุดเปลี่ยน " ซึ่งเสนอตอน ขยะถุงพลาสติก ภัยร้าย Never Die
 
http://www.tvburabha.com/tvb/home/program_list.asp?cate=16

" คุณเคยลองคิดดูหรือไม่ว่าตลอดชีวิตของคุณ มีถุงพลาสติกสักกี่ใบแล้ว

วันนี้มันอาจยังอยู่ในสภาพที่ยังไม่ย่อยสลายไปเลยแม้แต่น้อย นั่นก็หมายความว่า ถุงพลาสติก
ได้กลายเป็นขยะถาวรและกำลังรุกคืบพื้นที่บนโลกใบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการพิสูจน์ทราบ
ถึงภัยร้ายที่แฝงมากับความสะดวกสบายที่ฉาบหน้า มากับถุงชนิดนี้โดยให้เสียงตรงกันว่า
เป็นถุงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทำลายทัศนียภาพของบ้านเมือง และอุดตันตามท่อระบายน้ำ

แต่น่าแปลกก็ตรงที่ว่า ทั้งๆที่รู้ว่าถุงพลาสติก เมื่อกลายเป็นขยะแล้วสร้างปัญหาใหญ่
แต่กลับไม่มีใครปฏิเสธที่จะรับหรือหาทางเลือก อื่นแทนถุงพลาสติกกันสักเท่าไหร่
จากปัญหาดังกล่าวทีมงานได้ลงพื้นที่ดูการปฏิบัติการท่อระบายน้ำ พบว่าปัญหาถุงพลาสติก
ยังคงเป็นผู้ก่อการร้ายในการสร้างปัญหาน้ำท่วม และยิ่งไปกว่านั้นจากปริมาณถุงพลาสติก
ที่เล็ดลอดลงสู่แม่น้ำลำคลองได้กระจายสู่ท้องทะเลและสร้างมลภาวะ

เกาะสีชังเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเพราะเป็นเหมือนหน้าด่านที่ตั้งรับขยะจากแม่น้ำสามสายหลัก
ของประเทศ ถุงพลาสติก นวัตกรรมที่สร้างคุณประโยชน์ให้มวลมนุษยชาติอย่างมากมาย
และกำลังจะย้อนมาทำร้ายคนและโลกในไม่ช้า

หลายๆประเทศเริ่มใช้มาตรการทางภาษีสำหรับการใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาเก็ต
เพื่อควบคุมปริมาณการใช้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังตื่นตัว และตื่นกลัวผู้คนในประเทศไทย
กลับยังคงใช้ถุงพลาสติกกันด้วยความเพลิดเพลิน ที่สำคัญใช้งานกันแบบอายุสั้นแต่สร้างปัญหาเป็น
ขยะอายุยืนหมื่นๆปี คุณเอกวิชัยพร้อมคุณคมสัน และทีมงานคุณภาพ เตรียมพร้อมพิสูจน์ทราบถึงความจริง
ที่ว่าทำไมถุงพลาสติกใบเล็ก ๆ บาง ๆที่ถูกทิ้งออกไปจากมือของคุณเอง เยอะจนจำไม่ได้ใช่หรือไม่?
บางทีถุงพลาสติกใบแรกที่คุณทิ้งไปเมื่อหลายสิบปีก่อน


ทีมงานจุดเปลี่ยนได้ทำการสำรวจปริมาณการใช้ถุงของคนไทยในแต่ละวัน พบว่าในการซื้อของแต่ละครั้ง โดยเฉลี่ยได้รับกันครั้งละ 8 ใบ ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติที่มีการบันทึกไว้ว่า ซื้อของ 1 ครั้งได้รับอย่างต่ำ 5 ใบ ซึ่งเฉลี่ยแล้วต่อปีได้รับถุงกันคนละ 720 ใบ ซี่งคนส่วนใหญ่ก็ทราบถึงภัยร้ายของถุงพลาสติก มีบทบาทใน
ชีวิตประจำวันมากขนาดที่ว่าหลายคนคงนึกไม่ออกว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีถุงพลาสติกแล้วจะมีวัสดุประเภทไหน
มาทดแทนได้แล้วความเคยชินกับความสะดวกสบายที่ได้รับจากถุงสารพัดประโยชน์ชนิดนี้ก็ได้ก่อภัยร้าย
ให้กับโลกถึงได้กลายเป็นภัยร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่โลกรวมทั้งตัวอย่างการลดละเลี่ยงสร้างขยะ
ถุงพลาสติก ทั้งหมดนี้ติดตามได้ในรายการจุดเปลี่ยน ในวันพุธที่ 11 และ 18 กรกฏาคม สองทุ่มครึ่ง ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี "



















(http://medinfo.psu.ac.th/KM/copboard/question/imagefiles/R41-24.jpg)


เดือนที่แล้วได้มีโอกาสนั่งดูรายการทีวีค่ะ (เพราะธรรมดาไม่ได้ดูทีวีสักเท่าไหร่ ส่วนมากดูข่าวสารและสารคดีของ TITV และช่อง 9 สองทุ่มครึ่งของวันพุธ เปิดไปช่อง 9 เพื่อดูรายการ "จุดเปลี่ยน "เป็นรายการที่ดีมากค่ะ สำหรับโอ๋ เพราะชอบดูรายการประเภทนี้


โดยปกติแล้วที่ทำงานจะเป็นบริษัทที่ อนามัยมาก เพราะผลิตเกี่ยวกับใยสังเคราะห์ที่เอามาทำผ้าอ้อม ผ้าอนามัย  บริษัทจึงมีนโยบายไม่ให้มีการประกอบอาหาร ภายในบริษัท จึงทำให้ไม่มีร้านค้าขายอาหาร พนักงานทุกคนต้องซื้ออาหารจากร้านค้าข้างนอกมารับประมานเอง ทั้งช่วงเช้า กลางวันและเย็น
(หากไม่ได้นำมาเองก็มีบริการสั่งจากข้างนอก มาให้ค่ะ แต่จำกัดเมนู มื้อละ 4 รายการเท่านั้น)
ซึ่งโอ๋ไม่ได้ค่อยใช้บริการ  ส่วนมากตอนเช้ารถบริษัทจะแวะให้กินข้าวเช้าบริเวณจุดพักรถ
20 นาที โอ๋จึงเติบโตได้ทุกวันนี้เพราะข้าวกล่องบนรถตู้ทุกๆวัน  แต่พอได้ดูรายการนี้แล้วกลับมาคิดดู

ในทุกๆวันที่ผ่านมา โอ๋ใช้บริการข้าวกล่องทุกวัน และน้ำ 1 ขวด  ทั้งกล่องโฟมและขวดน้ำ ถุงพลาสติก  ในแต่ละวันสะสมไปมันมากมายแค่ไหน ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ใช้ระยะเวลาย่อยสลายมากกว่า 10 ปี  หากเราเป็นคนหนึ่ง หรือส่วนหนึ่งที่จะลดปริมาณขยะ ทั้งพลาสติก และกล่องโฟม ก็อยากจะทำค่ะ  โอ๋จึงเริ่มจากเล็กๆน้อยๆ โดยใช้กล่องข้าวไปซื้อข้าวกับแม่ค้า และ พกขวดน้ำ  1 ใบเพื่อใส่น้ำดื่ม แรกๆ ทั้งเพื่อนๆพนักงานด้วยกันและแม่ค้าต่างก็ทักว่าเอามาทำอะไรก็อธิบายไป และแนะนำให้เค้าใช้แบบนี้ด้วย

บางคนพูดกระเซ้าเย้าแย่ว่า "ทำไมไม่ใช้ใบตองไปซะเลยหล่ะ ?"
เราก็ได้แต่ยิ้มๆ แต่คิดอยู่ในใจว่า " หากที่บ้านปลูกต้นกล้วยซะเอง ก็จะเอามาใช้อยู่หร๊อก "
จบการสนทนา ...

แต่ก็ชื่นใจมากค่ะ วันนี้โอ๋ก็ทำแบบนี้อีกเช่นเคย ซื้อกับข้าวที่ร้านเดิมๆ แต่มีเพื่อนหันมา
ใช้กล่องข้าวแทนกล่องโฟม เพิ่มอีก หนึ่งคน คือ น้องปอ น้องในบริษัท ที่นั่งรถคันเดียวกันค่ะ เค้าเอากล่องข้าวมา 2 กล่องซื้อ ทั้งข้าวเช้า และข้าวกลางวัน เราเจอกันทุกเช้าที่ร้านประจำ แต่วันนี้รู้สึกปลื้มใจเป็นพิเศษ ที่มีอีกคนหนึ่งที่คิดเหมือนกัน
 

แม้เป็นการกระทำเพียงน้อยนิด  หากแต่จะช่วยกันเพื่อโลกของเรา ก็จะทำค่ะ   อย่างน้อยมีคนเอาเราเป็นแบบอย่าง เพิ่มขึ้นอีกคน ก็ดีใจมากแล้ว เรามาร่วมลดปริมาณขยะโดยการไม่ใช้กล่องโฟม พลาสติก หลอด กันนะคะ

เพื่อนร่วมแนวทางอนุรักษ์

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  : ข้อมูลดีๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับ   รวมพลคนไม่เอา "ถุง"
http://www.most.go.th/news/newspaper/default.asp?GID=2983
        
TVBurabha : รายการดีมีสาระ
http://www.tvburabha.com

พี่แอม  :  พี่สาวนักอนุรักษ์
http://isamm.multiply.com

น้องปอ : น้องในบริษัท ที่นั่งรถคันเดียวกันทุกวัน

และเพื่อนๆ พี่ๆทุกคน  : กำลังรอเพื่อนๆร่วมแนวทางเดียวกันนะคะ ช่วยๆกันค่ะ

^___^
 

บางสิ่งหากเราอยากจะบอก อยากจะทำอะไร อยากจะไปไหน ควรตัดสินใจทำดีกว่า หากสิ่งนั้นไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะกาลเวลาจะพัดพาสิ่งต่างๆเหล่านั้นไป
เราไม่สามารถย้อนมันกลับคืนมาได้ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านั้นมันมีค่าและมีความหมาย


อยากจะบอกว่า ........." ขอโทษ " ...........

วันนี้ทำไมมันรู้สึกแย่ๆอย่างบอกไม่ถูก 8 ชั่วโมงกับการทำงานทั้งวันวันนี้เต็มไปด้วยความยุ่งวุ่นวาย มีงานมาให้แก้ไขทุกระบบ แต่ก็สนุกกับมัน เพราะทำให้โอ๋ไม่มีเวลาคิดเรื่องฟุ้งซ่านสักนิด แต่ทำไมกลับมาถึงห้องสี่เหลี่ยม ที่ตรงนี้ มันจึงรู้สึกเดิมๆแบบนี้ สิ้นสุดสายการสนทนากับแม่ ทำไมวิงๆ เวิ้ง สมองกลวงๆ อาทิตย์นี้แม่โทรมาด้วยเสียงเศร้า 2 ครั้งแหละ และทุกครั้งเราก็รู้ว่ามันเป็นเช่นไร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จบการสนทนาด้วยเสียงเรียบๆเศร้าๆ นอนฟุบกับโซฟาที่เดิมๆ อย่างนี้ทุกๆคืน ทุกๆวัน สมองมึนตึงตื้อๆไปหมดมีแต่คำถาม " เราจะทำงัยดี ?" วนเวียนในสมอง เวียนไปเวียนมา น้ำใสๆเอ่อออกมาโดยไม่ตั้งใจ นอนอยู่อย่างนั้น ความคิดนึงก็ผุดขึ้นมา " หากเราตายไปแล้วเราจะยังรู้สึกแบบนี้อีกไหม๊น๊อ ?" " แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป " ซึ่งโอ๋เองก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร แต่ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก บอกตัวเอง ถามตัวเองว่า

" ทำไม ทำไม ทำไม "

จริงอยู่เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ " เข็มทิศชีวิต " มีข้อความหนึ่งกล่าวไว้ว่า " จะสุข จะทุกข์ อยู่ที่ใจ ใจคิดอย่างไรมันก็เป็นอย่างนั้น รู้ทันใจตัวเองก็เป็นพอ"  คนที่สามารถควบคุมและรู้ทันจิตใจตัวเองก็สุดยอดแล้ว มีใครบ้างไหม๊ค่ะ ทำได้แบบนี้ ?

นอนร้องไห้กับตัวเอง ตั้งคำถามให้กับตัวเอง แต่ก็หาคำตอบไม่ได้สักที อารมณ์นี้ต้องการใครสักคนที่เข้ามากอด และรับฟังในสิ่งที่เราเป็น แต่ก็ไม่มีใครเลย แวปแรกที่นึกถึงคือเพื่อนที่สนิทที่สุด ที่เราจะโทรหาเค้าได้โดยโทรไปแล้วให้เค้าโทรกลับ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพื่อนคนนี้โทรกลับมาคุย โดยที่โอ๋วางสายไปยังไม่ทันถึง 1 นาทีโอ๋รู้ว่าเค้าคงเข้าใจจากน้ำเสีย